วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

งานกลุ่มมรดกโลก

สนามกีฬาแห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี
แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกที่ข้าพเจ้าสนใจ

เสนอ
อาจารย์ พิทยะ ศรีวัฒนสาร

จัดทำโดย
นางสาว ปนัดดา โศรกศรี
50137-0165 กลุ่ม 01

คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาศิลปวัฒนธรรมตะวันตกเพื่อการนำเที่ยว

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

บทนำ

มรดกโลก คือสถานที่ อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต ในปี พ.ศ. 2548 มีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ทั้งหมด 6 ข้อสำหรับมรดกโลกทางวัฒนธรรม และ 4 ข้อสำหรับมรดกโลกทางธรรมชาติในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลกมีดังนี้

หลักเกณฑ์ทางวัฒนธรรม

- เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์
- เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
- เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
- เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
- เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตามกาลเวลา
- มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

หลักเกณฑ์ทางธรรมชาติ

- เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก
- เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได
- เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา
- เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย ส่วนสนามกีฬาแห่งกรุงโรมนั้นก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่องค์การยูเนสโก้ได้จัดให้เป็นมรดกโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน

ที่ตั้ง

ที่ตั้ง IV Templum Pacis
(บริเวณเทวสถานแห่งความสงบสุข)
ปีสร้าง คริสต์ศตวรรษที่ 1
สร้างโดย/สำหรับ เวสเปเซียน, ไททัส
โครงสร้าง สนามกีฬา (Amphitheatre)
บทความอื่น สถาปัตยกรรมโรมัน



ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์

สนามกีฬากรุงโรมนี้ เป็นหลักฐานแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน โดยสร้างในยุคโรมเรืองอำนาจ ราว ค.ศ. 72-80 เพื่อใช้เป็นที่ให้นักโทษกับสิงโตสู้กัน ถ้านักโทษคนใดสามารถฆ่าสิงโตที่ดุร้ายด้วยมือเปล่าก็รอดชีวิต หรือบางครั้งก็ใช้เป็นที่ ประลองอาวุธและความเก่งกล้าของนักรบแห่งโรม ต่อมาเมื่อมหาอาณาจักรเสื่อมลง ถูกข้าศึกรุกราน สนามกีฬาแห่งนี้ถูกทำลายหลายครั้ง ในปัจจุบันจึงเหลือแต่ซากของโครงสร้างอันใหญ่โตให้นักท่องเที่ยวได้ชม
อัฒจันทร์รูปครึ่งวงกลมในอิตาลี ตั้งอยู่ในนครหลวง กรุงโรม (Rome) เป็นโบราณสถานที่สำคัญมากที่สุดในเมือง สนามกีฬากรุงโรม (Roman Colosseum) สร้างขึ้นบนพื้นที่หนองน้ำ โดย จักรพรรดิเวสปาเซียน (Vespasianus) ในปี ค.ศ.72 โคลอสเซียมแห่งนี้เคยเป็นฉากในเกมการต่อสู้ที่ดุเดือดของแกลดิเอเตอร์หรือนักสู้ในโรมันยุคนั้น ซึ่งจักรพรรดิได้จัดให้มีขึ้นเพื่อความบันเทิงสำหรับประชาชนทั่วไป อาคารโบราณสถานที่มีลักษณะเฉพาะแห่งนี้มีประตูโค้งทางเข้าถึง 80 ประตู สนามกีฬากรุงโรม (Roman Colosseum) ยาวถึง 85 เมตร กว้าง 55 เมตร และสูง 48 เมตร สร้างด้วยหินและหินอ่อน ในยุคที่มีชื่อเสียงมากที่สุด มีผู้เข้าชมในอัฒจันทร์แห่งนี้ถึง 55,000 คน บางแหล่งข้อมูลก็ระบุว่าจุคนได้มากถึง 70,000 คน แม้ว่า สนามกีฬากรุงโรม (Roman Colosseum) ได้ถูกทำลายลงหลายศตวรรษ ก็ยังคงลักษณะเมืองที่โอ่อ่าโดดเด่นจนเท่าทุกวันนี้ เกมส์การแข่งขันที่เคยมีขึ้นในสนามแห่งนี้ มักจะเริ่มด้วยการแสดงละครสัตว์ จากนั้นจึงเปิดฉากการต่อสู้ของ แกลดิเอเตอร์ หรือนักสู้โรมัน ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตรอดอยู่หรือตาย

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
กรุงโรม (Rome)
เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน โดยมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับมิลานและเนเปิลส์ โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น ราชอาณาจักรโรมัน สาธารณรัฐโรมัน และจักรวรรดิโรมัน โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1870 นอกจากนี้ โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกอีกด้วย

พระราชวังวาติกัน(Vatican Palace)

ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางการปกครองของศาสนาคริสต์เเละยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตปาปาประมุขฝ่ายศาสนาคริสต์ เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกใช้ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาต่างๆเป็นงานสถาปัตยกรรมที่งดงามลวดลายวิจิตรด้วยฝีมือศิลปินชาวอิตาลีหลายคนหลายยุคสมัยกว้าง 289 ฟุต ยาว 486 ฟุต สูง 354 ฟุต มียอดปราสาทมากถึง 135 ยอด เเละห้องต่างๆมากถึงสี่พันห้องนับเป็นงานก่อสร้างที่งดงามเเละมหัศจรรย์อีกเเห่งหนึ่งของโลก ภายในจะมีจุดสนใจของผู้ที่มาท่องเที่ยวก็คือ รูปภาพ ปิเอต้า(Pieta) สร้างสรรค์โดย ไมเคิลแองเจโล่ เป็นศิลปะ สมัยยุดเรนาชองต์ ประดิษฐาน ขึ้นที่ มหาวิหารวิหารเซ็นต์ ปีเตอร์ในศตวรรษที่ 18 โดยเป็นภาพของพระแม่มารีย์ ทรงโอบอุ้มพระเยซูก่อนที่ท่านจะสิ้นใจนอกจากนั้นยังมีศิลปะหลายแขนง ให้เลือกชม มากมาย

วิหารดูโอโม่ (Duomo Cathedral)
ตั้งอยู่ที่จตุรัสกลางเมืองมิลานโบสถ์แห่งนี้เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่สวยงามที่สุดในอิตาลีและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยที่ไม่นับวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ความยาว ประมาณ 157 เมตร สามารถจุคนได้ประมาณ ถึง 40,000 คนซึ่งใช้ระยะเวลาการก่อสร้างยาวนานกว่า 500 ปี ( ค.ศ.1386 – 188)เป็นสิ่งก่อสร้างในยุคอาณาจักรโรมันรุ่งเรือง

โบสถ์เมดิ ซี (Medici Chapel)

โบสถ์ เมดิซี เป็นส่วนหนึ่งของวิหาร เดอ ซาน โลเรนโซ่ เดอ ฟีราเซ่ ในนครฟลอเรนซ์ ประเทศ อิตาลี ส่วนหน้าไม่เคยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามก็ไม่อาจปฏิเสธความงดงามภายในวิหารและโบสถ์เมดิซีได้ วิหารแห่งนี้เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในนครฟลอเรนซ์และอยู่ใจกลางเมือง วิหาร เดอ ซานโลเรนโซ่ ได้รับการเสกในปี ค.ศ.393 และ 300 ปี ต่อมาได้รับการสถาปนาให้เป็นโบสถ์กลางเมือง และเป็นที่ประทับของบิชอบผู้นำศาสนา วิหารนี้ยังเป็นโบสถ์ท้องถิ่นของตระกูลเมดิซี หนึ่งในตระกูลของผู้มีอำนาจในช่วงราวศตวรรษที่ 13 และ 17 ทั้งนี้ตระกูลเมดิซี เป็นตระกูลที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมในยุคศิลปะเฟื่องฟู และยืนยันถึงความรุ่งเรืองของศิลปะ ดนตรี ของสังคมในยุคเรอเนอซองส์ ของอิตาลี กล่าวได้ว่าตระกูลเมดิซี มีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับประวัติศาสตร์ของฟลอเรนซ์ โดยมีโบสถ์ เมดิซี เป็นดังพินัยกรรมตกทอดความสัมพันธ์จวบจนทุกวันนี้
ภายในวิหาร เดอ ซานโลเรนโซ่ ตกแต่งตามสไตล์เรอเนอซองส์พื้นที่ภายในเป็นที่โล่งกว้าง ใหญ่ อากาศปลอดโปล่ง เย็นสบาย และตกแต่ง เพดานไว้อย่างวิจิตรตระการตา ร่างของคนในตระกูลเมดิซี เกือบ 50 คน ถูกฝังอยู่ใต้ห้องใต้ดินของโบสถ์ การก่อสร้างโบสถ์ เมดิซี เริ่มนับแต่ภายหลังการตายของ กิลลาโน และ โลเรนโซ่ เดอ เมดิซี ทายาทหนุ่มทั้ง 2 ของตระกูลในปี 1516 และ 1519 อนุสรณ์พิธีฝังศพของโบสถ์ ดำริให้สร้างขึ้นโดยสันตะปาปา ครีเมนต์ที่ 12 ในปี ค.ศ.1520 ซึ่งอดีตเป็นสังฆราช กิลิโอ เดอเมดิซีและได้มอบหมายให้หนึ่งในศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ยุคเรอเนอซองส์ อย่างไมเคิลแองเจลโล เป็นผู้สร้างขึ้นระหว่าง ปี 1520 และ 1534

สรุป

สนามกีฬากรุงโรม เป็นหลักฐานแสดงถึงความรุ่งเรืองเกริกเกียรติของมหาอาณาจักรโรมัน ต่อมาเมื่อมหาอาณาจักรเสื่อมลง ถูกข้าศึกรุกราน สนามกีฬาแห่งนี้ถูกทำลายหลายครั้ง
ปัจจุบัน สนามกีฬากรุงโรมอันโอฬาแห่งนี้เหลือเพียงโครงสร้างที่ให้โตไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชม และยังจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง

บรรณานุกรม
เว็บไซด์
http://www.geocities.com/wonder7th
http://7wonder.netfirms.com
หนังสือ
หนังสือความรู้รอบตัวของสำนักพิมพ์แม็ค
หนังสือความรู้รอบตัวฉบับทันโลกของสำนักพิมพ์เสริมวิทย์บรรณาคาร
หนังสือสิ่งมหัศจรรย์และสถานที่สำคัญของโลกของสำนักพิมพ์


วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

แบบฝึกหัดบทที่1-10

แบบฝึกหัดบทที่ 1

1.ข้อใด ไม่ ถูกต้อง
ตอบ ค. มนุษย์ไม่ต่างจากสัตว์ในแง่ของอารมณ์และความรู้สึกธรรมชาติ
2.การที่สังคมมีความซับซ้อนและมีความเจริญทางวัตถุเกิดจากปัจจัยในข้อใด
ตอบ ก. ภาษา
3.ข้อใดถูกต้องที่สุดเมื่อกล่าวถึงการศึกษางานศิลปะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในโลกตะวันตก
ตอบ ง. ภาพเขียนสีถ้ำลาสโคซ์
4.คำว่ามนุษย์ผู้ถนัดในการใช้มือตรงกับข้อใดมากที่สุด
ตอบ ก. โฮโมฮาบิลิส
5.ข้อใดเป็นมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์กลุ่มหนึ่งในยุโรปซึ่งทิ้งผลงานศิลปะไว้มากมายในถ้ำต่างๆ
ตอบ ข. โครมันยอง
6.ข้อใด มิใช่ แหล่งโบราณคดีซึ่งพบหลักฐานภาพเขียนสีสมัยหินเก่าอายุประมาณ 30,000-25,000 BC.ในยุโรป
ตอบ ค. โอลดูเวย์
7.ข้อใดเป็นศิลปะถ้ำซึ่งพบด้วยบังเอิญจากการเล่นซุกซนของเด็กสองคนเมื่อค.ศ.1940
ตอบ ข. ลาสโคซ์
8.ภาพเขียนสีในถ้ำอะไรมักถูกยกเป็นตัวอย่างของจิตรกรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์เสมอ
ตอบ ก. อัตามีรา
9.ข้อใด ไม่ ถูกต้อง
ตอบ ง. งานประติมากรรมรูปคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มักมีขนาดใหญ่
10.Menhir or standing stone เป็นอนุสาวรีย์หินแบบใด
ตอบ ข. หินตั้งเดี่ยว

แบบฝึกหัดบทที่ 2

1.พื้นฐานดั้งเดิมก่อนเกิดอารยธรรมตะวันตกก่อตัวขึ้นเมื่อใด
ตอบ ก. ประมาณ 4,000 BC
2.ภูมิภาคแถบเอเชียไมเนอร์เป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมโบราณในข้อใด
ตอบ ก. เมโสโปเตเมีย
3.แม่น้ำไทกริสขยูเฟรตีสพัดดินตะกอนมาท่วมสองฝั่งภาคใต้ของดินแดนเมโสโปเตเมียในฤดูใบไม้ผลิระหว่างเดือน.............ทำให้ภาคใต้เป็นดินแดนที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลอุดมด้วยปุ๋ยธรรมชาติเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชพรรณธัญญาหารต่างๆข้อใดถูกต้อง
ตอบ ข. มีนาคม-พฤษภาคม
4.พื้นที่ภาคเหนือของดินแดนเมโสโปเตเมียมีฝนตกชุกเมื่อใด
ตอบ ข. ฤดูใบไม้ร่วง
5.ข้อใดเป็นชนชาติเก่าแก่ที่ริเริ่มสร้างสรรค์อารยธรรมเมโสโปเตเมียขึ้นมา
ตอบ ก. ชาวสุเมอเรียน
6.ข้อใดเป็นปัจจัยที่ทำให้ชาวเมโสโปเตเมียมองโลกในแง่ร้ายไม่เห็นคุณค่าของชีวิต
ตอบ ก. สภาพภูมิอากาศแบบกึ่งทะเลทรายแปรปรวน
7.ชาวสุเมอเรียนไม่นิยมสร้างพระราชวังขนาดใหญ่ แต่นิยมสร้างซิกเกอแรก(Ziggurats) ศาสนสถานขนาดใหญ่กลางเมืองเป็นที่ประทับของพระเจ้า ลักษณะคล้ายภูเขาห้อมล้อมด้วยกำแพงเมืองและบ้านเรือนประชาชน สร้างจากวัสดุประเภทใด
ตอบ ก. อิฐตากแห้ง
8.ข้อใดเป็นการปกครองในระยะแรกของอาณาจักรสุเมอเรียน
ตอบ ข. นักบวช
9.ข้อใดเป็นอักษรที่เกิดจากการใช้ไม้เขียนลงบนแผ่นดินเหนียวแล้วผึ่งหรืออบให้แห้ง
ตอบ ก. คูนิฟอร์ม
10.ข้อใดเป็นชื่อของผู้ก่อตั้งอาณาจักรบาบิโลเนีย
ตอบ ก. ฮัมบูราบี
11.“พวกCanaanites” เป็นคำเรียกชนชาติในข้อใด
ตอบ ก.ชาวฟินิเชียน
12.หลังจากถูกรุกรานโดยชาวยิวและชาวฟิลิสไตน์เมื่อประมาณ1,300-1,000 BC. ดินแดนของชาว คะนาอันไนต์จึงเหลือเพียง”ฟีนิเซีย” ซึ่งตั้งอยู่บนชายหาดแคบๆของทะเลอะไร
ตอบ ก. ทะเลเมดิเตอเรเนีย
13.ในปี 750BC. ชนชาติใดได้เข้ามายึดครองดินแดนของชาวฟินิเชียจนเกือบหมด เหลือเพียงอาณานิคมที่เมืองคาร์เธจเท่านั้น
ตอบ ก. ชาวแอสซิเรียน
14.ข้อใดเป็นต้นตระกูลของอักษรที่ชาวยุโรปใช้อยู่ในปัจุบัน
ตอบ ค. อักษรฟีนิเชียน
15.ชาวฮิบรูเป็นชนเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายเมื่อ 1,400 BC. มีMosesเป็นผู้นำสำคัญในการปลดแอกจากการเป็นทาสของชนชาติใด
ตอบ ข. อียิปต์
16.ข้อใดเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรอิสราเอลเมื่อประมาณ 1,013-973 BC.
ตอบ ก. พระเจ้าเดวิด
17. อาณาจักรอิสราเอลถูกทำลายโดยชนชาติใด
ตอบ ง. ชาวแอสซิเรียน
18.เหตุการณ์ที่เรียกว่า The Babylonian Captivity เกี่ยวข้องกับชนชาติใด
ตอบ ข. ชาวฮิบรู
19.ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับศาสนายูดาย
ตอบ ข. นับถือพระยะโฮวา
20.ผู้สถาปนาอาณาจักรเปอร์เซียเมื่อปี 549 BC. คือใคร
ตอบ ง. พระเจ้าไซรัส

แบบฝึกหัดที่ 3

1.มหากาพย์อีเลียดและโอเดสซีเป็นของอารยธรรมกรีกยุคใด
ตอบ ก.ยุคมืด
2.วิหารพาร์เธนอน(Parthenon)สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเคารพของเทพองค์ใด
ตอบ ข. อะเธนา
3.หัวเสาทำเป็นรูปใบไม้ตรงกับข้อใด
ตอบ ค. หัวเสาแบบโครินเธียน
4.ความนิยมในการสร้างประติมากรรมหญิงเปลือยแทนรูปชายเปลือยเกิดขึ้นยุคใด
ตอบ ง. ยุคเฮเลนิสติก
5.จิตรกรรมกรีกสมัยแรกมักทำ Back ground เป็นสีอะไร
ตอบ ข. สีแดง
6.ลักษณะของงานจิตรกรรมที่นิยมวาดสีพื้นตัดกับภาพในฉากแล้วพัฒนาเป็นรูปเครือเถาและรูปเล่าเรื่องในนิยายปรัมปรา(Methology)และมหากาพย์ของโฮเมอร์อย่างกลมกลืนงดงามเกิดขึ้นในยุคใด
ตอบ ค.คลาสสิค
7.การแสดงละครแพร่หลายมากในยุคใด
ตอบ ค.คลาสสิค
8.ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงละครแบบโศกนาฎกรรม(Tragedy ) และสุขนาฎกรรม(Comedy)
ตอบ ก. ตัวละครชายทั้งหมด
9.นักปรัชญากรีกที่ก่อตั้งสำนักอะคาเดมีขึ้นที่เอเธนส์คือใคร
ตอบ ข. เพลโต
10.นักปรัชญาที่เชื่อว่า ปัญญานำมาซึ่งความรู้และความรู้นำมาซึ่งความสุขสบายถ้าปราศจากความสุขสบายมนุษย์จะไม่เกิดปัญญา คือใคร
ตอบ ค. อริสโตเติล
11.เทพองค์ใด มิใช่ พี่น้องของมหาเทพซูส
ตอบ ค. อะธีนา
12.อาวุธของมหาเทพซูสคืออะไร
ตอบ ค. สายฟ้า
13.เทพที่มักปรากฏกายในลักษณะสวมหมวกขอบกว้างสวมรองเท้ามีปีกถือคฑาที่มีงูพันคือใคร
ตอบ ค. เฮอร์มีส
14.เทพีแห่งการครองเรือนและเทพแห่งครอบครัวคือใคร
ตอบ ค. เฮสเทีย
15.เทพีแห่งสงคราม ความเฉลียวฉลาด และศิลปะศาสตร์
ตอบ ข.อะธีน่า
16.เป็นชนวนเหตุของสงครามกรุงทรอยคือใคร
ตอบ ง. อะโพรไดตี

แบบฝึกหัดบทที่ 4

1.การปกครองในข้อใดทำให้เกิดจักรวรรดิไบแซนไทน์(Byzantine Empire )
ตอบ ค. การปกครองแบบ Tretarchy
2.หลังจากเกิดจักรวรรดิไบแซนไทน์ ข้อใดเป็นเป็นรูปแบบการปกครองของจักรวรรดิดังกล่าว
ตอบ ก. การปกครองแบบ Autocrat
3.“โรมใหม่” หมายถึงข้อใด
ตอบ ค. คอนสแตนติโนเปิล
4.ข้อใด มิใช่ พื้นที่ของจักรวรรดิโรมันตะวันออกในคริสต์ศตวรรษที่7
ตอบ ค. คาบสมุทรไอบีเรีย
5.ข้อใดเป็นการปกครองที่จักรพรรดิทรงมีอำนาจสูงสุดทั้งทางจักรวรรดิและทางศาสนา
ตอบ ก. การปกครองแบบ Autocrat
6.จักรวรรดิโรมันตะวันออกใช้ภาษาอะไรในการสื่อสารอย่างเป็นทางการ
ตอบ ก. ภาษากรีก
7.คริสต์ศาสนาแบบ Christian Hellenism มีศูนย์กลางที่ใด
ตอบ ง. กรุงคอนสแตนติโนเปิล
8.ข้อใด ไม่ ถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่หลายของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์
ตอบ ง. ยุโรปตะวันตก
9.ข้อใด มิใช่ เมืองสำคัญทางศาสนาคริสต์ที่จักรพรรดิคอนสแตนตินทรงจัดไว้เมื่อค.ศ.325
ตอบ ก. เอเธนส์
10.ข้อใดไม่ถูกต้อง
ตอบ ง. Novels คือ นิยายเรื่องยาว

แบบฝึกหัดบทที่ 5

1.ยุคกลาง(The Middle Age )หมายถึงยุคซึ่งอยู่ระหว่างความเจริญของโลกคลาสสิกกับความรุ่งเรืองของยุโรปสมัยใหม่
2.ศิลปะในสมัยยุคกลางตอนต้น(Early Middle Age Art) เรียกว่ายุคแห่งความสำเร็จพวกนอร์ธแมน
3.ยุคกลางตอนปลาย(Lately Middle Age Art)เป็นยุคเสื่อมของสถาบันศาสนาและระบอบ ศักดินา
4.ระบอบศักดินา(Feudalism)หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้เช่าที่ดิน ผู้เช่าที่ดินอาจเสียค่าเช่าเพียงเล็กน้อยแต่มีพันธะต่อเจ้าของที่ดินหลายอย่าง
5.ยุคกลางสิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ.1492 และคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกา
6.Beneficeในสมัยกลาง หมายถึง จารีตการยกที่ดินของวัดให้เอกชนเช่า โดยรับค่าตอบแทน
7.Lord หมายถึง ขุนนางชั้นสูง
8.พวกCrofter and Cottersในสมัยกลางหมายถึง คนที่มีสถานภาพทางสังคมต่ำกว่าทาสติดที่ดินเพราะไม่มีที่ดินทำกิน
9.อำนาจของชนเผ่าเยอรมันมาจากการใช้คมหอกสั้นปลายแคบและเครื่องมือเหล็ก
10.ชาวคริสต์เชื่อว่ากรุงโรมเป็นสถานที่ศักสิทธ์เพราะเป็นที่ฝังร่างของนักบุญปีเตอร์สาวกเอกของพระเยซู
11.วิหารพระเจ้าชอเลอมาญ(King Chalemagn)ตั้งอยู่ที่เมืองอาเคน ประเทศเยอรมนี
12.โบสถ์All Saint Church ที่นอร์แธมตันไชร์(Northamshire)ประเทศอังกฤษเป็นโบสถ์แบบ แองโกล-แซกซอนที่ยังเหลืออยู่
13.สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนส์(Romanesque)มีลักษณะเด่นคือเป็นอาคารมีประตูหน้าต่างโค้งกลม กำแพงหนา กระเบื้องปูพื้นขนาดใหญ่ บานหน้าต่างเล็กและเรียวยาว ทำให้ภายในมีลักษณะทึบ
14.มหาวิหารดูแรห์ม(Dohram)มีลักษณะเด่นคือการนำซุ้มโค้งแบบไขว้มาใช้เป็นครั้งแรก
15.จุดเด่นของสถาปัตยกรรมกอธิก(Gothic)คือการใช้เสาค้ำยันจากภายนอกและการใช้เสาหินรองรับน้ำหนักของหลังคา
16.ใครเป็นผู้เขียนวรรณกรรมเรื่องThe city of God นักบุญAugustin
17.มหากาพย์เรื่องChanson de Rolandสะท้อนให้เห็นคุณธรรมด้านความกล้าหาญ อุดมการณ์ จริยธรรม ความเสียสละและศรัทธาในศาสนาคริสต์
18.นิยายเพ้อฝันสมัยกลางเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักของหนุ่มสาวที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ความรักสมปรารถนา
19.The idea of Chivalry หมายถึง การแสวงหาความรักเทิดทูนบูชาต่อสตรีสูงศักดิ์ ถือเป็นการอุทิศตนเพื่อความรักโดยไม่ปรารถนาความรักตอบแทน เพื่อให้ชีวิตความเป็นอัศวินมีคุณค่าและมีเกียรติยศ
20.Cantreberry Tales คือ นิยายเสียดสีสังคม

แบบฝึกหัดบทที่ 6

ตอนที่ 1 จงทำเครื่องหมายถูกหน้าข้อที่ถูกและทำเครื่องหมายกากบาทหน้าข้อที่ผิด
ผิด(1.)ศูนย์กลางของศิลปะเรอแนสซองส์สมัยแรก(Early Renaissance)เกิดที่กรุงโรม
ถูก(2.)พ่อค้าสมัยเรอแนสซองส์(Renaissance)พยายามเลียนแบบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของขุนนางสมัย กลาง เช่น การอุปถัมภ์การสร้างงานของศิลปิน
ผิด(3.)ศิลปะสมัยเรอแนสซองส์(Renaissance)นิยมความงามตามแบบอย่างจารีตสมัยกลาง
ถูก(4.)นักปรัชญามนุษยนิยมสนใจศึกษาเรื่องราวและหลักธรรมทางศาสนา
ถูก(5.)ตระกูลเมดิชี(Medici)เป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปินที่เมืองฟลอเรนซ์(Florence)
ตอนที่ 2 จงจับคู่ให้ถูกต้อง
(1.) การซื้อขายตำแหน่งทางศาสนาและใบไถ่บาป
(2.) ลักษณะที่ผิดเพี้ยนไปจากระเบียบแบบแผนดั้งเดิม
(3.) จิตรกรรมชื่อ Calling Mathew
(4.) ริเริ่มจัดภาพแบบกระจายซ่อนภาพรางๆไว้ในความมืด ให้แสงจ้าเป็นจุดๆ
(5.) แสดงท่าโลดโผนคล้ายแสดงละคร แต่งกายหรูหราทำผ้าจีบเป็นมุมเกินจริง
(6.) ประติมากรรมเดวิด
(7.) มีโครงสร้างละเอียดซับซ้อน แลดูพร่างพรายจากการเน้นแสงสว่างในอาคารเป็นจุดๆ
(8.) มีโครงสร้างเป็นเส้นโค้งอ่อนหวานเน้นรายละเอียดที่วิจิตรพิสดาร
ก.(9.) เน้นให้เกิดความเคลิบเคลิ้มในบรรยากาศมากกว่าการรับรู้ความจริง
ฌ (10.) จิตรกรรมชื่อ “การนัดพบของคู่รัก

แบบฝึกหัดบทที่ 7

1.ศิลปะลัทธินีโอคลาสสิค หมายถึงอะไร
ตอบ รูปแบบศิลปะที่หวนไปนำปรัชญาและหลักสุนทรียภาพทางศิลปะ แบบคลาสสิกของกรีกโบราณมาสรรค์สร้างขึ้นใหม่ในยุโรป
2.ความตื่นเต้นจาการขุดพบเมืองอะไรในสมัยโรมันซึ่งผลักดันให้เกิดศิลปะนี่โอคลาสสิค
ตอบ เมืองเฮอร์คูลาเนียมและเมืองปอมเปอี
3.ศิลปินที่กล่าวว่าศิลป คือ ดวงประทีปของเหตุผล ซึ่งต่อมากลายเป้นความเชื่อของศิลป
ตอบ ศิลปะนีโอ-คลาสสิก
4.ศิลปลัทธินีโอ-คลาสสิค มีแนวทางการสะท้อนผลงานทางศิลปะอย่างไร
ตอบ ต้องแสดงความถูกต้องตามหลักกายวิภาคศาสตร์ การวางท่าทางที่สง่างามตามแบบอย่างของศิลปะกรีก-โรมันโดยเน้นความถูกต้องตามหลักความเป็นจริง
5.ผลงานของดาวิดชื่อ คำสาบานของพวกฮอราติไอ ต้องการสะท้อนแนวคิดอะไรแก่ผู้ชม
ตอบ แนวคิดเกี่ยวกับการรักชาติของนักรบโรมัน 3 คน ที่รับดาบจากบิดาไปสู่ศรัตรู
6.ภาพเขียนชื่อ โรงพยาบาลโรคระบาดที่เจฟฟา เป็นผลงานของใคร
ตอบ ดาวิด
7.ขณะที่ศิลปลัทธินีโอ-คลาสสิค คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักการและกฏเกณฑ์ทางศิลปะ แต่ลัทธิโรแมนติกกลับยึดถือและให้ความสำคัญต่อสิ่งใด
ตอบ อารมณ์และจิตใจของศิลปินมากกว่าเหตุผล
8.ภาพ แพเมดูซา The Raft of the Medusa เป็นผลงานของใคร
ตอบ เจอริโคลต์
9.ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเดอลาครัวเป็นอย่างยิ่งชื่อว่าอะไร
ตอบ ภาพเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่ ชื่อ เสรีภาพนำหน้าประชาชน
10.แนวทางการสร้างสรรค์ผลงานในศิลปะลัทธิสัจจะนิยมเน้นเรื่องใดเป็นสำคัญ
ตอบ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของมนุษย์
11.ศิลปะลัทธิเอมเพลสชั่นนิสม์ปรากฎอย่างเป็นทางการเมื่อใดและสร้างผลอย่างไร
ตอบ ค.ศ. 1874 สร้างความตื่นตระหนกและถูกประณามจากนักวิจารณ์ศิลปะแนวอนุรักษ์นิยมอย่างรุนแรง
12.ศิลปินที่ได้รับว่าเป็นผู้นำของกลุ่มลัทธิอิมเพลสชั่นนิสม์ คือใคร
ตอบ อีดูวาร์ด มาเนต์
13.อิมเพลสชั่นนิสม์เป็นจุดเริ่มต้นของสิลปสมัยใหม่ เพราะเปลี่ยนจาการเทคนิคการสร้างงานด้วยเกลี่ยสีมาเป็นเทคนิคอย่างไร
ตอบ เป็นแบบป้ายสีเพื่อให้สีผสมผสานกันในสายตาผู้ดู สนใจมิติทางสุนทรียศาสตร์
14.ศิลปินลิทธิอิมเพลสชั่นนิสม์ที่มีความสูงในการเสียงภาพคนและแง่มุมและทัศนียวิทยาชองสถาปัตยกรรมและทิวทัศน์ โดยใช้สีได้อย่างสดใส มีบรรยายกาศใสสะอาดราวกับสิ่งต่างๆเป็นของเหลว คือ ใคร
ตอบ ปิแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์
15.ศิลปะลัทธิโพสท์-อิมเพลสชั่นนิสม์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ มีอะไรบ้าง
ตอบ 1 กลุ่มที่เน้นการแสดงออกด้านอารมณ์ 2 กลุ่มที่เน้นความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางศิลปะ
16.ผู้สนับสนุนศิลปินกลุ่มโพสท์-อิมเพลสชั่นนิสม์คือใคร
ตอบ โรเจอร์ ฟราย กับ คลีฟ เบลล์
17.ความเชื่อในการสร้างสรรค์งานของพอล เซซานน์ เป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ การประสานสัมพันธ์ของสีมีมากเท่าไร ความกลมกลืนกันก็มีมากเท่านั้น
18.แวนโก๊ะมีพัฒนาในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไi
ตอบ ระยะแรกสะท้อนภาพชีวิตที่หม่นหมองและแสดงออกแบบลัทธิเรียลิสม์ ตอนหลังใช้แปรงแต้มสีหนาเป็นริ้วรอยแปรงที่แสดงออกึงความรุนแรงของอารมณ์อย่างที่สุด
19.ผลงานที่ได้รับยกย่องของแวนโก๊ะมี 3 ภาพ คือ
ตอบ คนกินมัน ดอกทานตะวัน ราตรีประดับดาว
20.เมื่อกล่าวถึงจิตรกรคนสำคัญที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างไม่มีทฤษฎี ไม่มีการบันทึกถึงความสามารถในด้านบุกเบิกสุนทรีภาพใหม่โดยงานที่เขาสร้างขึ้นนั้นเปรียบเสมือนการ บันทึก สิ่งที่เขาเห็นและเข้าใจโดยปราศจากความคิดเห็น ไม่มีความสงสาร ไม่มีอารมณ์รู้สึกไม่มีการกล่าวหาและไม่มีการส่อเสียดใดๆ หมายถึงศิลปืนคนใด
ตอบ ทรูลูส โรเทรค

แบบฝึกหัดบทที่ 8

1.ศิลปะลัทธิโฟวิสม์ มีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ Fauvism มาจากภาษาฝรั่งเศส Les Fauves แปลว่า สัตว์ป่า จึงหมายถึง ลัทธิสัตว์ป่า อันเป็นคำเปรียบเปรยรูปแบบศิลปะเมื่อเปรียบเทียบผลงานของศิลปินสมัยเรอแนสซองส์ที่งามตามหลักสุนทรียภาพเดิม
2.แนวทางการสร้างสรรค์งานของกลุ่มสะพานสะท้อนเรื่องราวอะไรบ้าง
ตอบ ความสับสน ความอัปลักษณ์ของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและศาสนา
3.แนวทางการสร้างผลงานของกลุ่มม้าสีน้ำเงินเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ แสดงออกทางอารมณ์อย่างรุนแรงที่แฝงความสนุกสนานจากการใช้สี เส้น และการแสดงลีลาคล้ายเสียงดนตรีสลายตัว
4.ศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็นลัทธิอิมเพลสชันนิสม์ คือใคร
ตอบ เอ็ดวาร์ด มูงค์
5.ศิลปะลัทธิคิวบิสม์ หรือ Cubism Art มีรากฐานอย่างไร
ตอบ มีรากฐานมาจากผลงานของเซซานน์
6.ศิลปะลัทธิคิวบิสม์ เชื่อในเรื่องใด
ตอบ การแสดงออกทางศิลปะนอกจากจะไม่ต้องแสดงเชิงการถ่ายทอดเชิงความเป็นจริงตามตาเห็นแล้วยังจะต้องกลั่นกรองรูปทรงด้วยการวิเคราะห์และสังเคราะห์รูปทรงให้เหลือเพียงแก่นแท้ที่มั่นคงแข็งแรง
7.ภาพ เกอนีแค ค.ศ.1937 เป็นผลงานของศิลปินคนใด
ตอบ ปาเบล ปิคัสโซ
8.ผลงานศิลปที่ชื่อ บ้านที่เลสตัค ในพิพิธภัณฑ์ที่กรุงเบอร์น เป็นผลงานของศิลปินคนใด
ตอบ จอร์จ บราค
9.ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นบิดาของศิลปนามธรรมคือใคร
ตอบ แคนดินสกี จิตรกรชาวรัสเซีย
10.จิตกรลัทธินามธรรม เอ็กเพรสชันนิสม์ ที่มีชื่อเสียงและโดดเด่น ได้รับฉายาว่าเป็นจิตรกรแบบ Action Painting คือใคร
ตอบ แจคสัน พอลลอค
11.ศิลปลัทธิดาดามีพัฒนาการความคิดเริ่มแรกมาอย่างไร
ตอบ เตือนให้มนุษย์ตระหนักถึงผลลัพธ์ของสงคราม
12.การสลายตัวของศิลปินลัทธิดาดาเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอบ การเปลี่ยนแปลงสภาวการณ์โลกดีขึ้น และงานศิลปแนวลัทธิเซอร์-เรียลิสม์กำลังได้รับความนิยม ใน ค.ศ.1922
13.ศิลปลัทธิดาดาชื่อ น้ำพุ และภาพโมนาลิซามีหนวด เป็นผลงานของใคร
ตอบ มาร์เซิล ดูชัมป์
14.ศิลปินลัทธิเซอเรีย ลิสม์ที่ใช้ ทฤษฎีอันฉับพลันของความเข้าใจอันไร้เหตุผล อันมี
พื้นฐานมาจากการตความหมายเกี่ยวกับปรากฎการณ์ของจิตร อันแปรปรวนคือใคร
ตอบ ซันวาดอร์ ดาลี
15.ความหมายเชิงปรัชญาของ เซอร์ –เรียลิสม์ คืออะไร
ตอบ เชื่อในความจริงมากกว่ารูปแบบความสัมพันธ์บางอย่างที่ถูกละเลยมาก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัดบทที่ 9
1.ศิลปะป๊อปอาร์ต มีลักษณะอย่างไร
ตอบ เกี่ยวข้องกับบุคคลในสังคมปัจจุบัน ที่กำลังได้รับความสนใจหรือวิพากษ์วิจารณ์มิใช่เทพนิยาย ประวัติศาสตร์หรือศาสนา
2.ศินปินที่นำรูปร่างของอาหารซึ่งเป็นที่นิยมของสมัยนี้มาจำลองด้วยการใช้ผ้ายัดนุ่นคล้ายหมอนเพื่อสร้างความเร้าใจแก่ผู้พบเห็นคือใคร
ตอบ แคลส์ โอลเดนเบอร์ก
3.จิตรกรอเมริกันที่กล่าวถึงศิลปป๊อปอาร์ต ว่าในความคิดของฉันเป็นศิลปะที่ไร้ยางอายที่สุดแห่งวัฒนธรรมของพวกเขาคือใคร
ตอบ รอย ลิชแทนสเตน
4.ศิลปะป๊อปอาร์ต รูปแบบอย่างไร
ตอบ เป็นศิลปนามธรรมเน้นขอบเขตที่คมกริบ มีการจัดวางทิศทางและลีลาของเส้น รูปร่าง หรือจุดบนพื้นระนาบให้เกิดการลวงตา
5.Kinetic Art หมายถึงอะไร
ตอบ เป็นศัพท์ทางฟิสิกส์เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในทางศิลปะกาโบ
6.ผลงานชื่อหน้าผาที่ถูกห่อ ในศิลปแบบ Conceptual Art สร้างสรรค์โดยศิลปินชื่ออะไร
ตอบ คริสโต
7.สร้างสรรค์ทางศิลปชื่อเขียนขดก้นหอย คือผลงานของใคร
ตอบ George Steinmetz.

แบบฝึกหัดบทที่ 10

1.พระสันตปาปาทรงนำดินแดนอิตาลีส่วนใหญ่เข้าไปอยู่ภายใต้การคุ้มครองของอาณาจักรโรมันศักสิทธิ์ในสมัยใด
ตอบ สมัยยุคกลาง
2.Papal State เกิดขึ้นเมื่อใด
ตอบ ปลายศตวรรษที่ 15
3.ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างชาติอิตาลี ในตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 คือใคร
ตอบ พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลแห่งซาร์ดีเนีย
4.ในอดีต สนามกีฬา Colosseum จุคนได้กี่คน
ตอบ 67000-80000 คน
5.จุดกำเนิดของเพลง ทรี คอย ออฟ เดอะ ฟาวน์เท่น ที่กรุงโรมคืออะไร
ตอบ น้ำพุเทรวี
6.มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เป็นมหาวิหารที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกันเนื่องจากอะไร
ตอบ เชื่อกันว่าเปนสถานที่ฝังร่างของนักบุญปีเตอร์ หนึ่งในสาวก สิบสององค์ของพระเยซู
7.นักวิทยาศาสตร์ทางอิตาเลี่ยนซึ่งทดลองเรื่องความเร็วของวัตถุที่ตกลงมาจากที่สูง ณ หอ เอนปิซา
คือใคร
ตอบ กาลิเลโอ
8.ชาวฝรั่งเศสมักเรียกแผ่นใหญ่ว่าหกเหลี่ยม เนื่องจากอะไร
ตอบ รูปทรงทางกายภาพของประเทศ
9.หอไอเฟล ตั้งอยู่ที่ใด
ตอบ ปารีส ฝรั่งเศส
10.พระราชวังแวร์ซายส์ ตั้งอยู่ในกรุงปารีสเป็นพระราชวังที่สวยงาม น่ามหัศจรรย์ยิ่งแห่งหนึ่งของโลก
สร้างโดยใคร
ตอบ พระเจ้าหลุยส์ ที่ 14
11.ภาพเขียนโมนาลิซาองดาวินซี ปัจจุบันอยู่ที่ใด
ตอบ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์
12.สวิตเซอแลนกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในปี 1863 เมื่อใครจัดทัวร์ครั้งแรกจากอังกฤษ ไปยังสวิตเซอร์แลนด์
ตอบ โทมัสคุ๊ก
13. พวกที่ย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์สวิตเซอแลนเมื่อ10000 ปีก่อน
คริสตศักราชคือคนกลุ่มใด
ตอบ กลุ่มนักล่าสัตว์และคนเร่ร่อน
14.ในยุคจักวรรดิ โรมันอันศักสิทธิ์ สนธิสัญญา Verdun ในปี 834 ทำให้พื้นที่ทางทิศตะวันตกของสวิตเซอแลนด์ตกอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ Lothair ที่ 1 ส่วนทางด้านตะวันออก อยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์องค์ใด
ตอบ Louis the German
15.ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1และ2 สวิตเซอแลนด์ได้วางตัวเป็นกลางทางการทหารบทบาทสำคัญ
เพียงอย่างเดียวของประเทศสวิตเซอแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่ 1 คืออะไร
ตอบ การส่งสภากาชาติเข้ามาช่วยเหลือ
16.ประเทศสวิตเซอแลนด์เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา เซ็งเก็นซึ่งมีใจความสำคัญว่าอย่างไร
ตอบ นักท่องเที่ยวที่มีใบอนุญาติเซงเก็นแบบมัลติเพิลของประเทศใดประเทศหนึ่ง
สามารถเดินทางเข้าออกประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่ารวม 26 ประเทศ
17. อาหารขึ้นชื่อของซูริกคืออะไรบ้าง
ตอบ เกซเนตเซลเตส และราทส์เฮเลนโตฟ
18.ประสาทที่ปรากฎในการ์ตูนของวอล ดิสนีย์นำรูปแบบมาจากประเทศอะไรในสวิตเซอแลนด์
ตอบ ปราสาทตูน
19.เมืองต้นกำเนิดของชัส ยี่ห้อเอ็ม เมนทัลและชอคโกแลตทรงสามเหลี่ยมท็อปเบิลโรน คือเมืองใด
ตอบ เบิร์น
20.สัญลักษณ์ของเมืองเบิร์นคืออะไร
ตอบ หมี
21.อนุเสารีย์สิงโตมีความสำคัญอย่างไร
ตอบ เป็นอนุเสารีย์ที่สร้างให้กับทหารที่เป็นองครักษ์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเสียชีวิต 786 คนใ นการปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส
22.เมืองศูนย์กลางการจัดนิทรรศการหลัก อีกเมืองหนึ่งของประเทศสวิตเซอแลนด์ คือ
ตอบ ซูริค
23.พิธภัณฑ์ใดได้รับยกย่องว่าสวยงามเป็นอันดับสองของโลก และมีชื่อเสียงมากที่สุดของมาดริด
และเป็นแหล่งสะสมภาพเขียนล้ำค่าแห่งหนึ่งของโลกคือ ที่ใด
ตอบ พิพิธภัณฑ์ปราโด
24.ปลาซ่า มายอร์ มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ราชาภิเษก สนามสู้วัวกระทิง
25.ผลงานส่วนใหญ่ของ ปิกัสโซ ที่บาเซโลนาสเปน อุทิศให้แก่ใคร
ตอบ เพื่อนรักของเขา คือ ซาบาร์เตส
26.เทศกาลวิ่งวัวกระทิงของเมืองแปรมโปรนาในสเปนจัดขึ้นในวัน Siant Fermin Day
นักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่ออะไร
ตอบ ชมการแสดงโชว์หวาดเสียวของวัวกระทิง
27.ข้าวหมกสเปนมีต้นกำเนิดจากที่ใด
ตอบ บาเลนเซีย
28.Sangria เครื่องดื่มยอดนิยมของชาวสเปน มีส่วนผสมของอะไรบ้าง
ตอบ ไวน์แดง บรั่นดี น้ำอัดลม และผลไม้
29.ชาวโครแอทอพยพมาจากทางเหนือของยุโรปช่วงศตวรรษที่6และอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักร
ตอบ ไบแทนไซต์
30.หลังสงครามโกลครั้งที่2 มีการตั้งสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวียในปี 2488 ภายใต้การนำของจอมพลติโต ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ตอบ เซอร์เบีย โครเอเซีย สโลวีเนีย บอสเนีย เฮอร์เซโกวินา มอนเตเนโกร มาซิโดเนีย มณฑลโคโซโวและวอยโวดินา
31.ประเทศไทยได้รับการรับรองเอกราชของโครเอเชียเมื่อไร
ตอบ ค.ศ. 1990
32.ปัจจุบันมหาวิหาร เซน สตีเฟนที่มีเมืองซาเกรปมีลักษณะทางศิลปแบบใด
ตอบ แบบนีโอ กอธิค
33.มหาวิหารเซนต์เจมส์ที่เมืองไซเบนิค ซึ่งสร้างขึ้น 1431-1535 เป็นสถาปัตกรรมที่ผสมผสานอะไรบ้าง
ตอบ ดาลมาเซียท้องถิ่น ศิลปะทางเหนือของอิตาลีและศิลปะทัศคาน
34.ได้รับฉายา แคลิโฟเนีย แห่งเมืองโครเอเชียคือเมืองใด
ตอบ Trogir
35.ชื่อเดิมของประเทศตุรกีคืออะไร
ตอบ จักรวรรดิออตโตมัน
36. House of Verjin Mary บ้านของพระแม่มารีมีความสำคัญอย่างไร
ตอบ เป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยและสิ้นพระชนม์ที่นี่
37.เมืองเอฟฟิซุส สำคัญอย่างไรต่อจักรวรรดิโรมัน
ตอบ เคยเป็นที่พักอาศัยของชาวโยนกและเคยเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน
38.พระราชวังโดลมาบาชเช่ สร้างโดยใคร
ตอบ สุลต่านอับดุล เมอซิท
39.เหตุใดนาฬิกาทุกเรีอนของพระราชวังโดลมาบาชเช่จึงชี้ที่ 09.05 เป็นนิจนิรันดร์
ตอบ เพื่อเป็นการรำลึกของการจากไปเมื่อวันที่ 10 พ ย. 1938 ของอาคาล อาตาเติร์ก
40.อาหารประจำชาติตุรกีคืออะไร
ตอบ กะบับ

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

395ปีบันทึกของปิ่นโตหลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือนิยายผจญภัย

วิจารณ์บทความเรื่องหลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือนิยายผจญภัย โดย ปนัดดา โศรกศรี

บันทึกความทรงจำของแฟร์เนา เมนเดซ ปินโต( Fernão Mendez Pinto ค.ศ.1509-1583) เรื่อง “Pérégrinação”ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปีค.ศ.1614 เป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และเหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆ รวมทั้งอัตชีวประวัติของเขาอย่างน่าตื่นเต้นและเหลือเชื่อ จนมีการใช้ชื่อของปินโตเล่นคำเชิงล้อเลียนว่าพูดจริงหรือเท็จอย่างสนุกสนานโดยชนชาติศัตรูของโปรตุเกสในยุโรปหรือแม้แต่ชาวโปรตุเกสบางคน บันทึกของปินโตถูกอ้างอิงจากนักประวัติศาสตร์ไทยอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพมาจนปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงบทบาทของทหารรักษาพระองค์ชาวโปรตุเกส และการพระราชทานที่ดินให้พวกเขาตั้งถิ่นฐานและปฏิบัติศาสนพิธีในสมัยอยุธยา จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบว่าหนังสือฉบับนี้มีสถานะเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือเป็นเพียงนิยายผจญภัย


395 ปี บันทึกของปินโต : หลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือนิยายผจญภัย

ในความคิดของฉันคิดว่าเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์มากกว่าเพราะว่าปิ่นโตได้มีการจดบันทึกถึงเหตุการณ์ที่เขาได้ไปพบเจอมา เมื่อตอนที่เขาได้ไปสถานที่ต่างๆและได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าขณะนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงทำให้เราได้รู้ถึงสถานะการณ์ในขณะนั้น โดยการเล่าเรื่องการเดินทางของเขามีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีการเรียนรู้สภาพภูมิศาสตร์ของโลกให้มากยิ่งขึ้น มิได้มีจุดประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความท้อถอยในการติดต่อกับดินแดนแถบเอเชีย เขาระบุว่าอุทิศการทำงานให้แก่พระเจ้ามิได้หวังชื่อเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เขาเดินทางไปยังตะวันออก แต่นักประวัติศาสตร์ไม่ค่อยมีการยอมรับการบันทึกของปิ่นโตมากนัก